วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2563

((แชร์เลย)) เปิดสรรพคุณผัก-ผลไม้ สมุนไพรไทย เสริมภูมิป้องกันไวรัสต้านโควิด

ต้านโควิด เปิดสรรพคุณผัก ผลไม้ สมุนไพรไทย เสริมภูมิป้องกันไวรัส ช่วยสร้างเกราะกำบังไวรัสโควิด-19 แบบไม่ต้องพึ่งยาวิตามินบำรุงให้เปลืองเงิน
ต้านโควิด นอกเหนือไปจากการดูแลตัวเอง อย่างการใส่แมสก์ป้องกันการติดเชื้อไวรัส หรือล้างมือบ่อยๆ ด้วยใจที่ลุ้นแบบวันต่อวันว่า นี่ฉันติดหรือยังนะ เชื่อเถอะว่าการรับประทานอาหารก็ช่วยป้องกันไวรัสได้ โดยเฉพาะผัก ผลไม้ สมุนไพร 3 กลุ่ม ที่คอนเฟิร์มแล้วจากแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกชื่อดัง

“นพ. มรุต จิรเศรษฐศิริ” อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ได้แนะนำผัก ผลไม้ สมุนไพรที่มีสรรพคุณเด็ดในการช่วยสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย ช่วยป้องกันการติดโควิด-19 ว่าประกอบไปด้วยผัก ผลไม้ สมุนไพร 3 กลุ่มด้วยกัน

กลุ่มเสริมภูมิคุ้มกัน


กลุ่มที่มีวิตามินซี สารต้านอนุมูลอิสระ



ดอกขี้เหล็ก, ยอดมะยม, ใบเหลียง, ยอดสะเดา, มะระขี้นก, ฟักข้าว, ผักเชียงดา, คะน้า, มะรุม, ผักแพว มะขามป้อม, ลูกหม่อน และผักผลไม้หลากสี

กลุ่มที่มีสารสำคัญป้องกันการติดเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19



พลูคาวหรือผักคาวตอง กะเพรา หอมแดง หอมหัวใหญ่ มะรุม ใบหม่อน แอปเปิล เปลือกผลของพืชตระกูลส้ม เช่น ส้ม มะนาว มะกรูด ส้มซ่า

เห็นได้ว่าผัก ผลไม้ สมุนไพรเหล่านี้มักเป็นส่วนประกอบใน อาหารไทย อยู่แล้ว ซึ่งเราสามารถนำมาเป็นวัตถุดิบใส่ลงไปในอาหารได้อย่างหลากหลาย ยกตัวอย่าง

เมนูต้มยำ มีหอมแดง หอมใหญ่ ซึ่งมีสารเคอร์ซีทินช่วยป้องกันไวรัสเข้าสู่เซลล์ ลดโอกาสการติดเชื้อ ส่วนเห็ดในเมนูต้มยำก็มีสารเบต้ากลูแคน ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

เมนูต้มโคล้ง ส่วนประกอบในเมนูนี้จะคล้ายกันกับเมนูต้มยำ คือ มีหอมแดง หอมใหญ่ และมะนาว ซึ่งมีสารเคอร์ซีทิน เบต้ากลูแคน และวิตามินซี ช่วยสร้างภูมิทำให้ไม่ป่วยง่าย

แกงส้มมะรุม ถือเป็นเมนูที่มีผักหลายสี หลายชนิดรวมกันในเมนูเดียว จึงทำให้เป็นแหล่งรวมวิตามินซีสูง รวมไปถึงสารกลุ่มแอนโทไซนิน ซึ่งช่วยต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยไม่ให้ป่วยง่าย

ผัดกะเพรา ก็ช่วยเสริมภูมิป้องกันไวรัสด้วย เพราะใบกะเพรามีสารโอเรียนทิน ช่วยป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าสู่เซลล์ ช่วยให้ไม่ป่วยจากเชื้อไวรัสได้!

วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

((ข่าว))ไม่พบโรค ชาวราชบุรีไม่หวั่นโรค เก็บมูลค้างคาวขายมา 40ปี ตรวจโรคทุกปี

 
จากกรณี ดร.ทนพญ.สุภาภรณ์ วัชรพฤษาดี นักเทคนิคการแพทย์ รองหัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย ได้สำรวจไวรัสที่พบในสัตว์ของประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2553-2562 โดย จ.ราชบุรี เป็น 1 ใน 9 จังหวัด ที่ได้ทำการสำรวจ และพบว่ามีค้างคาวสายพันธุ์มงกฎยอดสั้นเล็ก ซึ่งเป็นค้างคาว 1ใน 2 สายพันธุ์ ที่มีรหัสพันธุกรรมใกล้เคียงกับเชื้อไวรัสโคโรน่าที่กำลังระบาดอยู่ในประเทศจีน



        ถ้ำค้างคาว วัดเขาช่องพราน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี มีค้างคาวมากกว่า 3 ล้านตัว 17 สายพันธุ์ สร้างประโยชน์ให้กับชาวบ้าน ทั้งในด้านการเกษตร และการท่องเที่ยว หล่อเลี้ยงชุมชนมาอย่างยาวนาน

        ชาวบ้าน เปิดเผยว่า ตนทำอาชีพเก็บมูลค้างคาวมาแล้วกว่า 40 ปี โดยในการเข้าไปเก็บทุกครั้ง ตนและคนอื่นๆ จะมีการเตรียมตัว ทั้งในส่วนของผ้าคลุมศีรษะ ผ้าปิดจมูก สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ใส่ถุงมือ สวมรองเท้าบูทอย่างมิดชิด หลังการใช้งานก็จะซักทำความสะอาด และแยกเก็บไม่ปะปนกับเสื้อผ้าทั่วไป และจะได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี ซึ่งผลการตรวจที่ผ่านมาก็ยังไม่พบความผิดปกติ



          สำหรับตน ผูกพันธ์กับถ้ำค้างคาวเขาช่องพรานมาตั้งแต่วัยเด็ก ด้วยเกิด เติบโต และเรียนที่วัดเขาช่องพราน รวมไปถึงเข้าไปช่วยเก็บมูลค้างคาวในถ้ำอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งก็ไม่เคยป่วยไข้หรือติดโรคอะไร โดยเมื่อกว่า 30 ปีก่อน ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านเชื่อกันว่าการกินค้างคาว ทั้งแบบกินค้างคาว และปรุงสุกหลายเมนู อาทิ ผัดกะเพรา ผัดเผ็ด ลาบ ด้วยมีความเชื่อว่าจะช่วยบำรุงร่างกาย

        แต่หลังจากหน่วยงานสาธารณสุขได้เข้ามาให้ความรู้ รวมไปถึงยุคสมัยเปลี่ยนไป อีกทั้งค้างคาวยังเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ซึ่งมีบทลงโทษที่หนัก

           อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆ แหล่งที่อยู่ของค้างคาวก็ควรที่จะมีการป้องกันเป็นอย่างดี เพื่อสุขภาพของตัวเอง เพราะว่าสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อน โรคเยอะ อันตรายสุดๆ

เรียบเรียงโดย : thaihitz.com